สถานการณ์ฮาลาลโลก

ตลาดอาหารฮาลาลโลกที่น่าสนใจ

ตลาดอาหารฮาลาลโลกที่มีศักยภาพสูงสามารถพิจารณาได้จากประเทศที่มีสัดส่วนจำนวนประชากรชาวมุสลิมอาศัยอยู่ในประเทศและกำลังซื้อของประชากรเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง (ตารางที่ 2) อาทิ อินโดนีเซีย ตุรกี อิยิปต์ และอิหร่าน ในตลาดเอเซีย และอัลจีเรียในตลาดแอฟริกาใต้   นอกจากนี้ตัวอย่างประเทศอื่นที่น่าสนใจ เช่น ปากีสถาน จีน อินเดีย ซึ่งมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมาเลเซีย ฝรั่งเศส ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งประชากรในประเทศโดยรวมมีกำลังซื้อสูง สามารถขยายฐานตลาดอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมในประเทศเหล่านี้ได้เช่นกัน (รูปที่ 5)

 

 

 

ทั้งนี้ หากมองตลาดในระดับภูมิภาค โดยไม่รวมตลาดอเมริกาเหนือ ตลาดโอเชียเนีย และตลาดอเมริกาใต้หรือลาตินอเมริกา ที่มีขนาดเล็กมากแล้ว พบว่า ตลาดเอเชียเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพในการส่งออกสูงสุด เนื่องจากเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากที่สุด กล่าวคือ มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 77.1 ของมูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลก ในปี 2557 จากสัดส่วนประชากรชาวมุสลิมที่มีอยู่ค่อนข้างสูง ร้อยละ 32.6 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในภูมิภาค แม้ว่าการเติบโตของมูลค่าตลาดจะค่อนข้างช้ากว่าตลาดในภูมิภาคอื่น ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 5.5 ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2552-2557) (รูปที่ 6)   สำหรับตลาดอาหารฮาลาลที่มีความน่าสนใจรองลงมา ได้แก่ ตลาดแอฟริกาใต้ และตะวันออกกลาง เนื่องจากสัดส่วนประชากรชาวมุสลิมที่ค่อนข้างสูง อยู่ที่ร้อยละ 53.1 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในภูมิภาคและมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 14.1 ต่อปี   นอกจากนี้ยังมีตลาดยุโรปที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งของตลาดอาหารฮาลาลที่น่าติดตาม เนื่องจากผู้บริโภคภายในประเทศมีกำลังซื้อสูง 

โดยมีค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคอาหารเฉลี่ยประมาณคนละ 2,275.06 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ประกอบกับการขยายตัวของจำนวนประชากรชาวมุสลิมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ส่วนแบ่งตลาดอาหารฮาลาลโลกไม่สามารถขยายตัวได้สูงมากนัก เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรชาวมุสลิมทั่วโลก เนื่องจากกำลังซื้อของประชากรชาวมุสลิมโดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในกลุ่มประเทศแอฟริกา (Sub-Saharan) รวมทั้งประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย ปากีสถาน เป็นต้น ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคอาหารฮาลาลที่มีกำลังซื้อสูงกลับอาศัยอยู่ในประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก โดยเฉพาะประเทศในแถบอเมริกาเหนือ อาทิ สหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศในภูมิภาคยุโรป

 
 
ที่มา: www.muslimpopulation.com/world/และ Economic Research Service, USDA 
หมายเหตุ: วงกลมแทนขนาดตลาดอาหารฮาลาล และตัวเลขที่แสดงท้ายแต่ละภูมิภาค หมายถึงมูลค่าตลาดอาหารฮาลาลในภูมิภาคนั้น ๆ 
(มีหน่วยเป็นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยประมาณการจากการคำนวณอย่างคร่าวด้วยการคูณจำนวนประชากรมุสลิมกับค่าใช้จ่ายในการบริโภคอาหารเฉลี่ยต่อปีของประชากรในแต่ละภูมิภาค   ทั้งนี้ สมมุติว่าประชากรแต่ละเชื้อชาติมีสัดส่วนการใช้จ่ายในการบริโภคอาหารไม่แตกต่างกัน
 

ปัจจุบันสินค้าอาหารฮาลาลไม่ได้เป็นสินค้าที่บริโภคเฉพาะในกลุ่มผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือชาวมุสลิมเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมด้วยเช่นกัน เนื่องจากการยอมรับในแง่ของสินค้าอาหารคุณภาพที่มีความสะอาดปลอดภัยสูง และถูกสุขอนามัยโดยตลาดอาหารฮาลาลโลกที่น่าสนใจ ได้แก่

(1) ตลาดกลุ่มประเทศมุสลิม หรือกลุ่มประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม ถือเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีความต้องการที่แท้จริง เพราะบริโภคอาหารฮาลาลตามความเชื่อทางศาสนา อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศมุสลิมในแต่ละภูมิภาคจะมีศักยภาพความน่าสนใจและความท้าทายแตกต่างกันไป

1.1 ภูมิภาคเอเชีย เป็นตลาดที่มีจำนวนประชากรชาวมุสลิมอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และปากีสถาน   โดยประชากรในอินโดนีเซียและปากีสถานมีกำลังซื้อปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ ขณะที่มาเลเซียมีประชากรกำลังซื้อสูง

- มาเลเซีย ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางฮาลาลของโลก (Global Halal Hub) ภายในปี 2563 โดยมีแนวทางการพัฒนาธุรกิจฮาลาลของประเทศแบบองค์รวม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบกับการสร้างะบบนิเวศฮาลาล (halal ecosystem) ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งการจัดทำมาตรฐานฮาลาล การให้สิทธิประโยชน์และแรงจูงใจต่าง ๆ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผู้ประกอบการในอุทยานฮาลาล (halal park) และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ฮาลาลหรือที่เกี่ยวข้อง   การลดหย่อนภาษีสองเท่าสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อขอการรับรองมาตรฐานฮาลาล เป็นต้น

 
เครื่องหมายฮาลาล


- อินโดนีเซีย แม้ประชากรอินโดนีเซียจะมีกำลังซื้อไม่สูงนัก แต่การเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ประมาณ 225 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.2 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ3  ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็นตลาดส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลที่ได้รับความสนใจไม่น้อย และยังเป็นแหล่งผลิตอาหารฮาลาลที่สำคัญของโลกด้วย  อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียไม่ใช่ผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ   สำหรับความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดอาหารฮาลาลของอินโดนีเซีย ได้แก่ การขาดการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับของอาหารฮาลาล การขาดระบบการตรวจสอบ ดูแล และติดตามการถือปฏิบัติเกี่ยวกับอาหารฮาลาลที่เป็นไปตามหลักศาสนา และการขาดการรับรองสินค้าอาหารฮาลาลจากหน่วยงานที่เป็นทางการ ซึ่งยังมีสินค้าจำนวนมากที่จำหน่ายในตลาดอินโดนีเซียและไม่ได้การรับรองมาตรฐานฮาลาล อย่างถูกต้อง


- ปากีสถาน แม้จะเป็นผู้ผลิตนมรายใหญ่ และผู้ผลิตเนื้อสัตว์และเนื้อไก่ที่สำคัญ แต่ปากีสถานกลับมีส่วนแบ่งตลาดอาหารเนื้อฮาลาลในตลาดโลกน้อยมากเพียงร้อยละ 0.3 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปากีสถานจัดเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่มีศักยภาพแห่งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจำนวนประชากรชาวมุสลิมขนาดใหญ่ที่จะกลายเป็นฐานผู้บริโภคต่อไปในอนาคตแล้ว ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของประเทศยังช่วยให้ปากีสถานมีความน่าสนใจในการเป็นศูนย์กลางฮาลาลได้อีกด้วย เนื่องจากสามารถใช้เป็นทางผ่านไปยังอัฟกานีสถาน ภูมิภาคเอเชียกลาง และตะวันออกกลาง ซึ่งมีกลุ่มผู้บริโภคอาหารฮาลาลรองรับอีกประมาณ 40 ล้านคน   ทั้งนี้ ความท้าทายของตลาดอาหารฮาลาลในปากีสถาน คือ ภาครัฐยังไม่มีบทบาทในการเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลอย่างชัดเจน ประกอบกับไม่มีการจัดทำมาตรฐานฮาลาลของประเทศ และไม่มีหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาลที่เป็นทางการ ซึ่งปัจจุบันบริษัทเอกชนของต่างชาติเป็นผู้ดำเนินการให้การรับรองมาตรฐานฮาลาล


1.2 ภูมิภาคตะวันออกกลาง ประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้เป็นชาวมุสลิม อาทิ กลุ่มประเทศ GCC ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาร์เรน โอมาน และกาตาร์ ซึ่งมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง และมักจะเข้มงวดในเรื่องอาหารฮาลาล โดยเฉพาะอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ หรืออาหารแปรรูปที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์เท่านั้น   ดังนั้น การติดเครื่องหมายฮาลาลทุกผลิตภัณฑ์อาจทำให้ผู้บริโภค

ในประเทศแถบตะวันออกกลางเกิดความสับสนหรือไม่ไว้วางใจได้   โดยกว่าร้อยละ 90 ของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จะนำเข้ามาจากประเทศบราซิล อินเดีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ซึ่งซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จัดเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ในภูมิภาค   ทั้งนี้ ตลาดอาหารฮาลาลในตะวันออกกลางก็มีความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การไม่มีมาตรฐานฮาลาลที่เฉพาะเจาะจง และการขาดระเบียบข้อบังคับที่เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องการติดฉลากสินค้าอาหารฮาลาล

(2) ตลาดกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม (non-Muslim countries) แม้ชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศเหล่านี้จะไม่ใช่ประชากรกลุ่มใหญ่ แต่มีสัญญาณแนวโน้มการขยายตัวเพิ่มขึ้นในบางประเทศ   ส่วนผู้บริโภคที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมจำนวนมากจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงและเริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับอาหารฮาลาล


2.1 ภูมิภาคยุโรป ตลาดอาหารฮาลาลในซีกโลกตะวันตก หรือภูมิภาคยุโรปเป็นอีกตลาดที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากประชากรมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ประกอบกับการขยายตัวของจำนวนประชากรชาวมุสลิมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการอพยพย้ายถิ่นฐาน โดยส่วนใหญ่มาจากแอฟริกาตอนเหนือ ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ ซึ่งกลุ่มผู้อพยพเหล่านี้โดยทั่วไปจะมีอัตราการเกิดที่สูงกว่ากลุ่มคนท้องถิ่น ทำให้สัดส่วนประชากรชาวมุสลิมในภูมิภาคนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับบรรดานักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวมุสลิมที่เดินทางเข้าไปพำนักพักพิงชั่วคราวในยุโรปเป็นจำนวนหลายล้านคนในแต่ละปี   ทั้งนี้ ฝรั่งเศสจัดเป็นประเทศที่ครองส่วนแบ่งตลาดอาหารฮาลาลขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรปประมาณร้อยละ 25.8 ของมูลค่าตลาดอาหารฮาลาลยุโรปทั้งหมด โดยมีท่าเรือ Rotterdam ในประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นจุดรับสินค้าฮาลาลเข้าสู่ตลาดยุโรป และกลายเป็นคลังเก็บสินค้าฮาลาลเพียงแห่งเดียวที่รับประกันว่าสินค้าจะไม่ถูกนำไปปะปนกับสินค้าที่ไม่ใช่

ฮาลาลนอกจากการขยายตัวของจำนวนประชากรชาวมุสลิมแล้ว ปัจจัยที่ทำให้ตลาดอาหารฮาลาลยุโรปเป็นตลาดที่น่าสนใจอีกแห่ง คือ การมีหน่วยงานให้การรับรองมาตรฐานฮาลาลอยู่เป็นจำนวนมากในภูมิภาค อาทิ European Halal Certification Institute, European Halal Development Agency, Islamic Food Council of Europe, Association Ritualle de la Grande Mosquee de Lyon, Islamic Centre of Hamburg, Halal Control e.K.(EU), Halal Feed and Food Inspection Authority, Control Office of Halal Slaughtering & Halal Quality Control และ Total Quality Halal Certification4

 


2.2 ภูมิภาคอเมริกาเหนือ ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลในภูมิภาคนี้ส่วนใหญ่จะกระจายอยู่ในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และแคนาดา อาทิ เมืองลอสแองเจลิส ชิคาโก นิวยอร์ก และวอชิงตันดีซี ในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเมืองโตรอนโต ในแคนาดา ซึ่งมีประชากรชาวมุสลิมอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก   ทั้งนี้ ความท้าทายสำหรับตลาดอาหารฮาลาลในตลาดอเมริกาเหนือ ได้แก่ ข้อจำกัดด้านแหล่งกระจายสินค้าที่มีจำนวนน้อย ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาล และการขาดเครื่องหมายรับรองฮาลาล ทำให้ผู้บริโภคมีความลำบากในการหาซื้อสินค้า และไม่สามารถหาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตนได้ รวมทั้งเกิดความไม่แน่ใจในสินค้าอาหารบางอย่าง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะเปลี่ยนไปรับประทานอาหารโคเชอร์(Kosher) แทน เพราะสามารถหาซื้อได้ง่ายและมีสินค้าให้เลือกได้อย่างหลากหลาย

 
 

(3) ตลาดฮาลาลเกิดใหม่(emerging halal Markets) อาหารฮาลาลเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้นในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดตลาดใหม่ที่น่าสนใจหลายแห่ง ซึ่งตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งผลิตสินค้าอาหารฮาลาลที่สำคัญป้อนสู่ตลาดโลก


3.1 รัสเซีย จัดเป็นตลาดฮาลาลเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ประมาณร้อยละ 10-15 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ4ประกอบกับความต้องการสินค้าฮาลาลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันรัสเซียมีผู้ผลิตสินค้าอาหารฮาลาลประมาณ 200 ราย และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ผลิตเหล่านี้ได้รับการรับรองฮาลาลจากศูนย์มาตรฐานและการรับรองฮาลาลนานาชาติ (International Centre for HalalStandardisation and Certification) ภายใต้การกำกับดูแลของสภาผู้ชี้ขาดทางศาสนาแห่งรัสเซีย(Russia Muftis Council) ซึ่งในปี 2554 รัสเซียสามารถผลิตเนื้อฮาลาลได้ประมาณ 65,000 ตัน4 และมีทิศทางการเติบโตอย่างรวดเร็ว   ทั้งนี้ ทุกฝ่ายต่างพยายามส่งเสริมและกระตุ้นความต้องการสินค้าอาหารฮาลาลในรัสเซีย ผ่านการแสดงสินค้าตามงานสำคัญต่าง ๆ อาทิ Moscow Halal Expoและงาน Kazanhalal

3.2 จีน เป็นอีกตลาดฮาลาลเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีประชากรชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำนวนมากถึง 24.7 ล้านคน5  และมีการประเมินว่าตลาดอาหารฮาลาลของจีนจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี6    ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาจีนยังไม่มีมาตรฐานฮาลาลที่เป็นหนึ่งเดียวของประเทศ เหมือนกับอีกหลายประเทศ ทำให้ผู้ผลิตอาหารฮาลาลจำเป็นต้องผ่านการรับรองฮาลาลจากสภาที่ปรึกษาด้านชาติพันธุ์ในท้องถิ่น (local ethnic affairs commissions) ซึ่งต่อมาในปี 2552 จีนได้จัดทำมาตรฐานอาหารฮาลาลเป็นของตนเอง และได้รับการยอมรับจากหลายประเทศ อาทิ ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ กาตาร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย   นอกจากนี้รัฐบาลจีนได้กำหนดให้เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย (Ningxia) เป็นศูนย์กลางการผลิต แปรรูป และกระจายสินค้าอาหารฮาลาลของจีน

3.3 ภูมิภาคแอฟริกา เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายส่งผลให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรไม่เพียงพอต่อการบริโภค จึงจำเป็นต้องพึ่งพิงการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศเป็นหลัก ประกอบกับการเติบโตของกลุ่มประชากรในบางประเทศที่มีรูปแบบวัฒนธรรมการบริโภคที่ผสมผสานระหว่างชาวยุโรปกับชาวตะวันออกกลาง อาทิ แอฟริกาใต้ และเคนย่า ซึ่งมีประชากรชาวแอฟริกันมุสลิมอยู่ประมาณ 1 และ 10 ล้านคน ตามลำดับ   นอกจากนี้ตลาดดังกล่าวยังมีหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาลที่ค่อนข้างทันสมัยและน่าเชื่อถือ อาทิ KenyaBureau of Halal Certification ในเคนย่า และ South AfricanNational Halal Authority (SANHA), National IndependentHalal Trust (NIHT), Muslim Judicial Council Halal Trust(MJCHT) และ Islamic Council of South Africa (ICSA) ในแอฟริกาใต้   ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนทำให้ภูมิภาคแอฟริกาเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจสำหรับสินค้าอาหารฮาลาล

 

3https://www.cia.gov/library/publications/resources/the-world-factbook/geos/id.html
4Chapter 13 the Global Halal Industry: An Overview (Online).  Retrieved from http://www.gifr.net/gifr2013/ch_13.PDF
5https://www.cia.gov/library/publications/resources/the-world-factbook/geos/ch.html
6Chapter 13 the Global Halal Industry: An Overview (Online).  Retrieved from http://www.gifr.net/gifr2013/ch_13.PDF

 

ระบบรับรองฮาลาล

ระบบลงทะเบียนขอรับรองฮาลาลนี้จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่สนใจขอรับรองฮาลาล

คลิก