กิจกรรมฮาลาล

ไทยรุกเจาะมุสลิมบูมฮาลาลทัวริซึ่ม เร่งโปรโมต"อาหาร-แหล่งท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวไทยดาหน้าบูม "ฮาลาลทัวริซึ่ม"เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิม เผยมีศักยภาพใช้จ่ายสูง "สทท.-ททท." เร่งเครื่องเอกชนเตรียมพร้อมทั้งอาหาร-สิ่งอำนวยความสะดวก ปั้นโปรดักต์ตอบโจทย์ ชวนเที่ยวธีมปาร์ก ชมวิถีชุมชนมุสลิมในไทยหวังทำรายได้ทดแทนตลาดยุโรปที่แม้ไม่ติดลบ แต่ก็ไม่โต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยฐานประชากรมุสลิมที่มีขนาดใหญ่กว่า 1.6 พันล้านคนในปัจจุบัน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และจะเพิ่มเป็น 2.2 พันล้านคนในปี 2573 หรือประมาณ 26.4% ของประชากรโลก

ขณะที่มูลค่าตลาดฮาลาลทัวริซึ่มตามรายงานของเครสเซนต์เรตติ้งเมื่อปี 2556 ระบุว่า อยู่ที่ 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.5 ล้านล้านบาท) ครองสัดส่วน 13% ของมูลค่าตลาดท่องเที่ยวทั่วโลก และคาดการณ์ว่าในปี 2563 มูลค่าฮาลาลทัวริซึ่มจะเพิ่มเป็น 1.92 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.15 ล้านล้านบาท)

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ฮาลาลทัวริซึ่มได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล บรรจุเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว

ด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็เข้ามารับลูกหลังเห็นศักยภาพของตลาดนี้และพร้อมขับเคลื่อนอย่างจริงจัง หวังให้เป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้ชดเชยตลาดยุโรป

สิ่งสำคัญ คือ การพัฒนาภาคผู้ประกอบการให้มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ซึ่ง สทท.ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้และออกใบรับรองมาตรฐานฮาลาลแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยได้ นำร่องพัฒนาผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่ให้เป็นโมเดลตลาดฮาลาลของไทย ปัจจุบันมีสถานประกอบการท่องเที่ยวราว 40 ราย ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลของปี 2557

เช่นเดียวกับ นางจุฑาพร เริงรณอาษา รักษาการผู้ว่าการ ททท. ที่กล่าวว่า ปีนี้ ททท.จะให้น้ำหนักกับการทำตลาดนี้อย่างจริงจัง ด้วยการเตรียมความพร้อมและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ทั้งเรื่องอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการพัฒนาและโปรโมตสินค้าท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดตลาดมุสลิมที่นิยมมากัน เป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวธีมปาร์ก รวมถึงโปรแกรมที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชุมชนมุสลิมในไทย

"ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ททท.เตรียมนำผู้ประกอบการไทย 60 บริษัท ร่วมงานเทรดโชว์ท่องเที่ยว อาราเบียน แทรเวล มาร์ท หรือเอทีเอ็ม ซึ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และในงานเทรดโชว์ ไทยแลนด์ แทรเวล มาร์ท ที่จัดทุกปีในเดือนมิถุนายนนี้ เตรียมเปิดเวทีให้บริษัทนำเที่ยวตลาดมุสลิมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทำ ธุรกิจ พร้อมจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าท่องเที่ยวให้ตรงความต้องการ"

ด้าน นายภูวเรศ อาหมัดธีรกุล ผู้อำนวยการบริษัท รอยัลไทย ทราเวล แอนด์ เทรดดิ้งจำกัด ผู้คลุกคลีทำการค้าและการท่องเที่ยวกับตลาดอาหรับมานานกว่า 14 ปี เปิดเผยว่าบริษัทมีนักท่องเที่ยวมุสลิมสูง 80% ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลางและมาเลเซียกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เลือกพักโรงแรม 5 ดาว 30% รองลงมาเป็นโรงแรม 4 ดาว 40% ที่เหลือเป็นโรงแรม 3 ดาว

"ลูกค้าเราเป็นตลาดไฮเอนด์มากกว่า 30% เน้นออกแบบแพ็กเกจทัวร์เอง ซึ่งขายได้ราคาดีกว่าแพ็กเกจทั่วไปถึง 20-30% บางครอบครัวจากดูไบใช้จ่ายหนักวันละ 1 แสนบาท เรียกได้ว่าเป็นตลาดที่มีการใช้จ่ายสูงที่ท่องเที่ยวไทยควรรุกจับมากกว่า นี้"

นายภูวเรศกล่าวเพิ่มเติมว่า การทำฮาลาลทริปเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่อย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวมุสลิมกังวลเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะมุสลิมจากชาติเอเชีย ผู้ประกอบการทัวร์จึงไม่กังวลเรื่องนี้นัก

นายดุษฎี แปแนะ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด รีเจนท์ โฮเต็ล แอนด์ อพาร์ทเมนต์บอกว่า โรงแรมรีเจนท์ รามคำแหง ขนาด 160 ห้องพัก ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปี เดิมกลุ่มเป้าหมายเป็นลูกค้าจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มข้าราชการ ต่อมาได้ปรับกลยุทธ์ขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น จนสัดส่วนลูกค้ามาเลเซียและอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น มีอยู่ประเทศละ 5-6% ส่วนอาหรับเรายังมีน้อยมากไม่ถึง 1%

ปัจจุบันโรงแรมในเมืองไทยที่รองรับตลาดฮาลาลโดยตรงมีน้อยมาก ที่ทำมานานก็มีโรงแรมนูโว ซิตี้ ตรงบางลำพู โดยส่วนใหญ่จะเลือกจัดแฟซิลิตี้แยกออกมาชัดเจน เช่น การจัดโซนอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวมุสลิมให้ความสำคัญมาก ๆ อย่างโรงแรมเจ้าพระยา และโรงแรมเอเชีย ก็จัดโซนได้ดี

"กล้าบอกได้เลยว่ารีเจนท์ รามคำแหง มีตำแหน่งทางการตลาดชัดเจนว่าเราเป็นฮาลาลโฮเต็ล เพราะเราเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับตลาดมุสลิมซึ่งมีสัดส่วนมากราว 80% สิ่งที่เรายึดมั่น คือ ความซื่อสัตย์ โดยเฉพาะเรื่องอาหารต้องทำถูกหลักฮาลาลแบบ 100%"

นายอนุชา มะหะหมัด ผู้จัดการฝ่ายขายโรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ และพัทยา โดยที่พัทยาได้เปิดตัวห้องอาหารฮาลาลรองรับนักท่องเที่ยวมุสลิมกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการโรงแรมพัทยาหันมาเจาะตลาดมุสลิมมากขึ้น เป็นเพราะกระแสเริ่มมาพอประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เปิดสิ้นปี 2558 คาดว่าตลาดที่มีศักยภาพมาก ๆ สำหรับพัทยา คือ อินโดนีเซีย เพราะพัทยามีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธีมปาร์ก และช็อปปิ้งตอบความต้องการนักท่องเที่ยวอินโดฯดีมาก น่าจะช่วยชดเชยตลาดรัสเซียซึ่งหดตัวอย่างรุนแรงได้

 

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1430069352

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 27 เม.ย. 2558.

ระบบรับรองฮาลาล

คลิก