ข่าวฮาลาล

'เอสเอ็มอี' นิยมเงินสดอุปสรรคอีเพย์เมนท์สิงคโปร์

(Sep 5) 'เอสเอ็มอี' นิยมเงินสดอุปสรรคอีเพย์เมนท์สิงคโปร์ : ขณะนี้ สิงคโปร์กำลังผลักดันเข้าสู่ "สังคมไร้เงินสด" แต่บรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวนไม่น้อยยังใช้เงินสดเป็นหลัก

          บรรดาผู้ค้าต่างบอกว่า การเปิดรับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อย และว่า สิงคโปร์ยังต่างจากประเทศอื่นๆ ตรงที่การชำระเงิน แบบนี้ยังไม่กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคน แม้การใช้อีเพย์เมนท์จะเติบโตมากขึ้นในสิงคโปร์ แต่ด้วยความหลากหลายของทางเลือกอีเพย์เมนท์ที่มีอยู่ การทำงานร่วมกันจึงกลายเป็นปัญหา เนื่องจากระบบต่างๆ ไม่สอดคล้องกัน ทำให้อัตราการชำระเงิน ไร้เงินสดชะลอตัวลง

          "เพย์พาล" ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ของสหรัฐ เผยผลการศึกษาล่าสุด พบว่า ในความเป็นจริงแล้ว เงินสดยังเป็นวิธีชำระเงินหลักในการจัดการธุรกรรมต่างๆ ภายในประเทศ โดย 90% ของลูกค้าที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 500 คน ยังชื่นชอบการชำระเงินโดยใช้เงินสดเป็นหลัก เทียบกับ ค่าเฉลี่ยในภูมิภาคอยู่ที่ 88%

           สำหรับผู้ค้าแล้ว ค่าธรรมเนียมที่เก็บโดยบริษัทบัตรเครดิต เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการเปิดรับการชำระเงินไร้เงินสด เพราะผู้ค้าที่รับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด จะต้องเสียค่าธรรมเนียมธุรกรรมราว 3% ใกล้เคียงกับค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินจากกระเป๋าเงินออนไลน์อย่าง แอ๊ปเปิ้ล เพย์, แอนดรอยด์ เพย์ และซัมซุง เพย์ ซึ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานบัตรเครดิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน

          ด้าน "เน็ตส์" เครือข่ายอีเพย์เมนท์ ที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศ ที่ดำเนินการโดยธนาคารดีบีเอส, โอซีบีซี และยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ คิดค่าธรรมเนียมผู้ค้าราว 1% ทั้งยังได้กระแสตอบรับที่ดีจากการผลักดันการมีหน้าร้านอิเล็กทรอนิกส์ที่มีจุดชำระเงินในอเนกประสงค์ แต่เอสเอ็มอี ซึ่งมีสัดส่วน 99% ของธุรกิจในสิงคโปร์ ยังลังเลที่จะใช้ อีเพย์เมนท์

          นายลิม เจียเหลียง เจ้าของแบรนด์ช็อกโกแลต "ดีโมช็อกโก" ที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์และมีผลิตภัณฑ์ตาม ร้านค้าปลีกทั่วไป ชี้ว่า บัตรเครดิตเป็นที่แพร่หลายในกลุ่มประเทศยุโรปและ สแกนดิเนเวีย จากการควบคุมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อเดือนธ.ค. 2558 สหภาพยุโรป (อียู) เริ่มบังคับใช้ระเบียบที่ว่า ห้ามเก็บ ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตเกินกว่า 0.3% และบัตรเดบิต 0.2% กับผู้ค้า

          นายเบน ตัน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของคอร์ทส์ สิงคโปร์ ยักษ์ใหญ่ ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเฟอร์นิเจอร์ กล่าวว่า แม้จะบริษัทเป็นเชนค้าปลีกขนาดใหญ่ แต่ค่าใช้จ่ายเปิดรับอีเพย์เมนท์ในร้านค้า 14 แห่ง ยังสูงกว่าราว 3 เท่าของค่าใช้จ่ายในการรับเงินสด

          ด้านนายมาร์ค ลิม เจ้าของร่วมธุรกิจแฟชั่น "เมมโมรีส์" ซึ่งมี 7 สาขาในประเทศเพื่อนบ้าน เห็นว่า การรับบัตรเครดิตดูไม่สมเหตุ สมผล เพราะราคาสินค้าของบริษัทไม่สอดคล้องกับต้นทุนส่วนนี้ ร้านค้าในเครือของเขาจำหน่ายเสื้อผ้าส่วนใหญ่มีราคาตั้งแต่ 12-15 ดอลลาร์ และเครื่องประดับราคาไม่กี่ดอลลาร์ "ผมไม่รังเกียจที่จะใช้เน็ตส์ เพราะค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 1% แถมยังใช้งานง่ายด้วย" นายลิม กล่าว

         อย่างไรก็ตาม นายลิมจะเปิดรับการชำระ อีเพย์เมนท์ รวมทั้งบัตรเครดิต ที่ "อิลาฮุย" ร้านไลฟ์สไตล์ขนาดราว 409 ตร.ม. ที่กำลังจะเปิดให้บริการในสถานีรถไฟจูรง อีสต์ ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนหนุ่มสาว นาpแอนโทนี่ เซียว หัวหน้าแผนกบัตรเครดิตและสินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันของดีบีเอส เห็นด้วยว่า ผู้ค้าอาจยอมรับอีเพย์เมนท์มากขึ้น และว่า ธนาคารได้พูดคุยกับบรรดาผู้ค้าเพื่อหักล้าง ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการชำระเงิน แบบดิจิทัลที่ว่า ค่าใช้จ่ายที่สูงเกี่ยวข้องกับการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดำเนินการ ชำระเงิน รวมถึงความไม่ปลอดภัย และความยุ่งยากในการใช้งานสำหรับ ทั้งผู้ค้าและลูกค้า

        ขณะที่นายราหุล ชิงฮัล ผู้จัดการทั่วไปของเพย์พาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เงินสดมีต้นทุนมหาศาลต่อเศรษฐกิจ รัฐบาล ผู้บริโภค และธุรกิจ โดยสิงคโปร์ใช้จ่ายเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เพื่อจัดการเงินสดและเช็ค ซึ่งทุกๆ เปอร์เซ็นต์ของการชำระเงินไร้เงินสดที่เพิ่มขึ้น จะให้ประโยชน์ต่อลูกค้าทุกคน ส่วนอีกปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับรูปแบบการชำระเงินในปัจจุบัน คือ การทำธุรกรรมต่างๆ ทำได้เฉพาะผ่านบัญชีธนาคาร ส่วนบุคคลเท่านั้น นายลิม ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมผู้ค้า "อัง โม เคียว" ด้วย ชี้ว่า สถาบันการเงินอย่างธนาคารดีบีเอสและอาลีเพย์ กำลังเจรจากับบรรดาผู้ค้าในการใช้แอพพลิเคชั่น ทำธุรกรรมระหว่างบุคคล ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ดีบีเอสได้สนับสนุนร้านค้าที่ใช้เงินสด เช่น แผงขายของหาบเร่ผู้ขายในตลาดสดและร้านค้า ในละแวกใกล้เคียง ให้หันมาใช้คิวอาร์โค้ด ของแอพพลิเคชั่น "เพย์ลาห์" ในการชำระเงิน นายลิมยอมรับว่าเคยพิจารณาจะใช้เพย์ลาห์ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ใช้ เพราะต้องทำธุรกรรมผ่านบัญชีธนาคารส่วนบุคคลแทนบัญชีของบริษัท

          ยิ่งกว่านั้น ร้านค้าบางแห่งได้ให้ ข้อเสนอแนะแก่ดีบีเอส เนื่องจากลูกค้าไม่เลือก ที่จะใช้เพย์ลาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีตัวเลือกอื่นๆ เช่น บัตรเครดิตหรือเงินสด เพราะผู้ค้าไม่เห็นว่า การสมัครใช้งาน แอพพลิเคชั่นทำธุรกรรมธนาคารจะเป็นประโยชน์แต่อย่างใด

          ด้านสภาการชำระเงินของสิงคโปร์ กำลังดำเนินการเกี่ยวกับคิวอาร์โค้ดซึ่งลูกค้าในประเทศนำไปใช้งานได้ ไม่ว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นธนาคารใดก็ตาม ถือเป็น การเคลื่อนไหวที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

 

Source: กรุงเทพธุรกิจ

 

ที่มา : https://www.bloomberg.com/news/articles/2017-09-04/for-all-its-tech-savvy-singapore-still-prefers-cash-over-digital-payments

ระบบรับรองฮาลาล

คลิก